เมนูหลัก
  หน้าแรก  หน้าแรก
  e-learning  e-learning
  บทเรียนออนไลน์  บทเรียนออนไลน์
  บุคลากรภาควิชา  บุคลากรภาควิชา
  การจัดการความรู้ภาควิชา  การจัดการความรู้ภาควิชา
  ระบบมัลติมิเดีย  ระบบมัลติมิเดีย
  เอกสารการใช้เครื่องมือทันตกรรม  เอกสารการใช้เครื่องมือทันตกรรม
  ระบบการจัดการเอกสารฯ  ระบบการจัดการเอกสารฯ
  ห้องแสดงภาพถ่าย  ห้องแสดงภาพถ่าย
  ฝากข้อมูลกับเวป  ฝากข้อมูลกับเวป
  ฝากภาพไว้กับเว็บ  ฝากภาพไว้กับเว็บ
  หลักสูตรที่เปิดสอน  หลักสูตรที่เปิดสอน
  รายชื่อนักศึกษา  รายชื่อนักศึกษา
  ประวัติทันตาภิบาล  ประวัติทันตาภิบาล
  ครุภัณฑ์ทันตกรรม  ครุภัณฑ์ทันตกรรม
  สมาคมทันตาภิบาล  สมาคมทันตาภิบาล
  วัสดุทันตกรรม  วัสดุทันตกรรม
  สำหรับผู้ดูแลระบบ  สำหรับผู้ดูแลระบบ
ฝากข้อความ
ข้อความทั้งหมด   
 
เข้าระบบ
_UMBIP 54.156.69.204
สวัสดี, Anonymous
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน
(สมัครสมาชิก)
ข้อมูลสมาชิก:
สมาชิกคนล่าสุด: acytu
สมาชิกใหม่วันนี้: 0
สมาชิกใหม่เมื่อวาน: 0
สมาชิกทั้งหมด: 10314

ผู้ที่กำลังใช้งานขณะนี้:
บุคคลทั่วไป: 65
สมาชิก: 2
ทั้งหมด: 67

กำลังใช้งานขณะนี้:
01 : ojyla
02 : acytu
จำนวนผู้เยี่ยมชม
ศูนย์ทันตกรรม เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 - 20.00 น
ประวัติความเป็นมาทันตาภิบาล





ความเป็นมา  เรียบเรียงจากบทความประวัติทันตาภิบาล โดยมรว.นิภัสร ลดาวัลย์  ลงในอนุสรณ์ทันตาภิบาล 7-9 (พ.ศ. 2520)

                เมื่อปี 2503 Dr.R.Harris ที่ปรึกษาทางด้านทันตกรรมขององค์การอนามัยโลก(WHO)ประจำประเทศไทย  ได้เสนอแนะให้แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาทางทันตกรรมขึ้นในกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพัฒนาเกี่ยวกับโครงการทันตกรรม รัฐมนตรีได้มีคำสั่งที่ 123/2503 แต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวขึ้น เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม  2503 คณะกรรมการได้ให้ความเห็นข้อหนึ่งว่า รัฐบาลควรเห็นความสำคัญในการดูแลทันตสุขภาพแก่เด็กเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพทั่วไป และป้องกันไม่ให้เกิดโรคฟันผุแพร่หลาย ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจในส่วนรวม  คณะกรรมการได้เสนอให้จัดตั้งคลินิกไว้ในโรงเรียนและเห็นควรให้ทันตานามัยที่มีอยู่แล้วในขณะนั้นทำหน้าที่ดูแลทันตสุขภาพเด็กในโรงเรียนเหล่านั้นภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ 1 คนต่อทันตานามัย 5 คนนอกจากนั้นยังเสนอให้จัดวางโครงการผลิตบุคลากรเข้าปฏิบัติราชการตามอัตราส่วนดังกล่าวด้วย

                ต่อมาปี พ.ศ. 2506 กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการ

ที่ปรึกษาทางทันตสาธารณสุข  ตามข้อเสนอของ ที่ปรึกษาขององค์การอนามัยโลก ที่เสนอว่าโรคในช่องปากนั้นเป็นโรคสำคัญซึ่งจะทำให้สุขภาพของประชาชนดีหรือเสื่อมได้     และการจัดการเกี่ยวกับโรคในช่องปากของประชาชนนั้นต้องทำทั้งในด้านส่งเสริมป้องกัน และรักษา  ด้วยความร่วมมือของส่วนราชการทั้งภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุขในการดำเนินการ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวในวันที่ 22 มกราคม 2506 ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มาจากหลายหน่วยงานทั้งจากกระทรวงศึกษาธิการ  มหาวิทยาลัย กระทรวงกลาโหม และ กระทรวงสาธารณสุข 

                และเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2506 คณะกรรมการชุดนี้ได้พิจารณาเรื่องอบรมพนักงานทันตาภิบาลตามโครงการของกรมอนามัยและสรุปจากการได้ดังนี้

1.     หลักสูตร ควรมีระยะเวลา 2 ปี กรมอนามัย คัดเลือกเข้าเรียน ปีละ 50 คน

2.     ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องมีพื้นความรู้สอบไล่ได้ชั้น ม.ศ.5 และเป็นหญิง

3.     ผู้สำเร็จการอบรมแล้วไม่ต้องรับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ให้ปฏิบัติงานอยู่ในโรงเรียนเพื่อดูแลทันตสุขภาพเด็กนักเรียนภายใต้การควบคุมของทันตแพทย์

แต่ยังไม่มีการอบรมทันตาภิบาลเลย จนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2509 กรมอนามัยได้จัดทำแผนการอบรมขึ้น

โดยจะรับผู้เข้าอบรมจากผู้ที่สำเร็จ ม.ศ.5 ระยะเวลาอบรม 1 ½  ปี  และเมื่อจบหลักสูตรแล้วจะแต่งตั้งให้ประจำอยู่ที่สถานีอนามัยชั้น 1  เพื่อป้องกันและรักษาโรคฟัน ให้แก่นักเรียนและประชาชน    แต่ตอนนั้นยังไม่ดำเนินการเพราะขาดอุปกรณ์และสถานที่การอบรม และกำลังขอความช่วยเหลือจากองค์การอนามัยโลก

                        ในปี พ.ศ. 2510 กรมอนามัยได้มอบหมายให้กองการศึกษาและฝึกอบรมดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนทันตาภิบาลขึ้น และรับสมัครทันตแพทย์จำนวน 5 ท่าน เป็นผู้ฝึกอบรมดังรายชื่อต่อไปนี้

1.      ทพ.ถวิล           อานนท์

2.      ทพญ.เรวดี      ต่อประดิษฐ์

3.      ทพ.เลอพงษ์     ศาสตรสาธิต

4.      ทพญ.สมสุข    ศิวายพรามณ์

5.      ทพญ.สังวรณ์  สุชาตานนท์

  

                5 มิ.ย.2510 กรมอนามัยจัดประชุมเพื่อปรึกษาเรื่องการจัดตั้งโรงเรียนทันตาภิบาลและเห็นชอบในหลักการที่ว่า

1.      เห็นชอบในหลักการที่จะอบรมทันตาภิบาล

2.      ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องมีพื้นความรู้สอบไล่ได้ชั้น ม.ศ.5 และเป็นหญิง

3.      หน้าที่การปฏิบัติงานจะได้พิจารณาละเอียดโดยอนุกรรมการที่จะตั้งขึ้น

4.      ทันตาภิบาลที่สำเร็จการศึกษาแล้วจะประจำที่สถานีอนามัยชั้น 1 และให้ปฏิบัติงานที่โรงเรียน

5.      ผู้สำเร็จการอบรมแล้วไม่ต้องรับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ

6.      คณะทันตแพทยศาสตร์ยินดีให้ความช่วยเหลือเรื่องวิชาการ

โดยมีที่ปรึกษาจากองค์การอนามัยโลก Dr.G.H.Leslie ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอนามัยประเทศนิวซีแลนด์มาช่วยดำเนินการ เป็นเวลา 6 เดือน และขออนุมัติเงินจากแผนพัฒนาภาคตะวันออกจำนวน 1,000,000 บาทเพื่อเป็นงบประมาณก่อสร้าง ตึกทันตาภิบาลเสร็จในปี 2511

 ขอบเขตและหน้าที่ของทันตาภิบาล

        ทันตาภิบาลมีหน้าที่ดูแลทันตสุขภาพของเด็กวัยก่อนเรียน และเด็กชั้นประถมศึกษาอายุไม่เกิน 14 ปี  ภายในคลินิกของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีขอบเขตการปฏิบัติงานดังนี้

1.     ตรวจและบันทึกสภาวะผิดปกติของฟัน

2.     ทำความสะอาดฟัน

3.     อุดฟันถาวรและฟันน้ำนมที่ผุ

4.     ถอนฟันน้ำนมและฟันถาวรโดยใช้ยาชาเฉพาะตำแหน่ง

5.     การทายาเพื่อป้องกันฟันผุ

6.     พิจารณาจัดส่งเด็กที่มีปัญหาสบฟันผิดปกติหรือความพิการอื่นๆที่นอกเหนือจากการปฏิบัติงานของตนไปรับการบำบัดจากทันตแพทย์

7.     ให้ทันตสุขศึกษา

                        โรงเรียนทันตาภิบาลได้เปิดสอนนักเรียนทันตาภิบาลรุ่นแรกเมื่อ เดือนกรกฎาคม 2511          

โรงเรียนทันตาภิบาลมีหลักการคล้ายๆคลึงกับDental nurse ของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2468   และประเทศที่ดำเนินการโครงการนี้ไปแล้วก่อนประเทศไทย(ปี 2520)มีดังนี้มาเลเซีย สิงคโปร์ ศรีลังกา ฮ่องกง และอินโดนีเซีย และภูมิภาคอื่นๆเช่น อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย











สงวนลิขสิทธิ์โดย © ภาคทันตสาธารณสุข All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2011-04-15 (8568 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
เว็บสุรินทร์